รวม 22 สูตรลับ ฟังก์ชัน Google Sheet ที่คุณไม่รู้มาก่อน🤐

Google Sheet เป็นเครื่องมือที่มีฟังก์ชันมากมายที่ช่วยให้คุณจัดการข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ วันนี้เราจะมาแนะนำฟังก์ชันลับหรือไม่ค่อยมีคนรู้จัก แต่มีประโยชน์มากใน Google Sheet

สูตร Google Sheet ที่เป็นประโยชน์สำหรับการใช้งาน

สารบัญ แสดง

สูตร Google Sheet สร้างกราฟ, แปลภาษาภายในเซลล์, รวมข้อความหลายเซลล์, แสดงรูปภาพจาก URL, ค้นหาและกรองข้อมูลเหมือน SQL, ดึงข้อมูลจาก Google Sheet อื่น, แปลภาษาภายในเซลล์, แสดงรูปภาพจาก URL, แสดงวันที่และเวลาปัจจุบัน, สุ่มตัวเลข, ทำให้ตัวอักษรตัวแรกเป็นพิมพ์ใหญ่, ใส่ลิงก์ลงไปในข้อความ, ดึง favicon ของเว็บไซต์ และอื่นๆ

สูตร:

การใช้งาน: ช่วยให้สามารถคำนวณค่าหลายเซลล์ได้โดยใช้สูตรเดียว แทนที่จะต้องลากคัดลอกสูตรไปยังทุกแถว

สูตร: ARRAYFORMULA ใน Google ชีตใช้เพื่อทำให้สูตรสามารถทำงานกับช่วงของเซลล์ (หลายแถวหรือหลายคอลัมน์) พร้อมกันได้ โดยปกติสูตรทั่วไปใช้ได้กับแค่เซลล์เดียว แต่ ARRAYFORMULA ช่วยให้สูตรสามารถคำนวณสำหรับทั้งคอลัมน์โดยอัตโนมัติ เช่น =ARRAYFORMULA(A1:A + B1:B) จะบวกค่าจากคอลัมน์ A และ B ในทุกแถวโดยไม่ต้องลากสูตรลงไปเอง ทำให้สะดวกและลดเวลาการคัดลอกสูตร

สูตร:

การใช้งาน: ใช้สร้างกราฟขนาดเล็กในเซลล์เดียว เหมาะสำหรับการสรุปแนวโน้มของข้อมูล

สูตร: SPARKLINE ใน Google ชีตใช้สร้างกราฟขนาดเล็กภายในเซลล์เดียว เพื่อแสดงแนวโน้มของข้อมูลอย่างง่าย ๆ เช่น เส้นกราฟ, คอลัมน์, พื้นที่, แท่งเทียน เป็นต้น ตัวอย่างเช่น =SPARKLINE(A1:A10) จะสร้างกราฟเส้นจากค่าที่อยู่ในช่วง A1 ถึง A10 และสามารถกำหนดสไตล์เพิ่มเติมได้ เช่น =SPARKLINE(A1:A10, {“charttype”, “column”; “color”, “blue”}) เพื่อเปลี่ยนเป็นกราฟแท่งสีน้ำเงิน ช่วยให้ดูแนวโน้มข้อมูลได้อย่างรวดเร็วในพื้นที่เล็ก ๆ

สูตร:

การใช้งาน: ช่วยให้สามารถกรองและดึงข้อมูลได้แบบ SQL Query โดยไม่ต้องใช้ฟิลเตอร์หลายชั้น

สูตร: QUERY ใน Google ชีตเป็นฟังก์ชันที่ช่วยกรอง, จัดเรียง, และคำนวณข้อมูลจากช่วงเซลล์โดยใช้คำสั่งคล้าย SQL เช่น =QUERY(A1:C10, “SELECT A, B WHERE C > 50 ORDER BY B DESC”, 1) จะเลือกคอลัมน์ A และ B จากช่วง A1:C10 โดยกรองเฉพาะแถวที่ค่าคอลัมน์ C มากกว่า 50 และเรียงลำดับ B จากมากไปน้อย (DESC) ซึ่งช่วยให้วิเคราะห์ข้อมูลได้ง่ายและยืดหยุ่นมากขึ้น

สูตร:

การใช้งาน: ช่วยนำเข้าข้อมูลจากสเปรดชีตอื่นมาใช้งานร่วมกันได้แบบอัตโนมัติ

สูตร: IMPORTRANGE ใน Google ชีตใช้สำหรับดึงข้อมูลจากไฟล์ Google ชีตอื่นโดยระบุลิงก์และช่วงเซลล์ เช่น =IMPORTRANGE("URL_ชีตต้นทาง", "Sheet1!A1:B10") จะนำเข้าข้อมูลจากช่วง A1:B10 ของชีตชื่อ “Sheet1” ในไฟล์ที่มีลิงก์ URL_ชีตต้นทาง ซึ่งช่วยให้สามารถเชื่อมโยงและอัปเดตข้อมูลข้ามไฟล์ได้แบบเรียลไทม์

สูตร:

การใช้งาน: สามารถใช้แปลข้อความที่อยู่ในเซลล์จากภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย หรือภาษาต่างๆ ได้

สูตร: GOOGLETRANSLATE ใน Google ชีตใช้แปลข้อความจากภาษาหนึ่งไปยังอีกภาษาหนึ่งโดยอัตโนมัติ เช่น =GOOGLETRANSLATE(A1, "en", "th") จะนำข้อความในเซลล์ A1 ที่เป็นภาษาอังกฤษ ("en") มาแปลเป็นภาษาไทย ("th") และถ้าใช้ "auto" แทนภาษาต้นทาง เช่น =GOOGLETRANSLATE(A1, "auto", "th") ระบบจะตรวจจับภาษาต้นทางให้อัตโนมัติ ช่วยให้การแปลข้อความในชีตเป็นเรื่องง่ายและรวดเร็ว! 🌍✨

สูตร:

การใช้งาน: ช่วยลบค่าที่ซ้ำกันในคอลัมน์และแสดงเฉพาะค่าที่ไม่ซ้ำกัน

สูตร: UNIQUE ใน Google ชีตใช้สำหรับการกรองข้อมูลให้เหลือเฉพาะค่าที่ไม่ซ้ำกันจากช่วงข้อมูล เช่น =UNIQUE(A1:A10) จะดึงค่าที่ไม่ซ้ำจากช่วง A1 ถึง A10 ออกมา ทำให้คุณเห็นเฉพาะข้อมูลที่ไม่ซ้ำกันในคอลัมน์นั้นๆ ซึ่งมีประโยชน์ในการจัดการข้อมูลที่ต้องการแสดงเฉพาะค่าที่เป็นเอกลักษณ์ เช่น รายชื่อที่ไม่ซ้ำกันหรือรายการที่ไม่มีการทำซ้ำ

สูตร:

การใช้งาน: ช่วยเรียงลำดับข้อมูลตามคอลัมน์ที่กำหนดโดยอัตโนมัติ

สูตร: SORT ใน Google ชีตใช้สำหรับการจัดเรียงข้อมูลในลำดับที่คุณต้องการ เช่น ลำดับจากน้อยไปมากหรือจากมากไปน้อย โดยสามารถใช้ได้ทั้งกับตัวเลขและข้อความ เช่น =SORT(A1:B10, 1, TRUE) จะจัดเรียงข้อมูลในช่วง A1:B10 ตามคอลัมน์แรก (คอลัมน์ A) จากน้อยไปมาก (กำหนด TRUE สำหรับลำดับจากน้อยไปมาก) ถ้าต้องการจัดเรียงจากมากไปน้อยให้ใช้ FALSE แทน TRUE เช่น =SORT(A1:B10, 1, FALSE) ช่วยให้การจัดการข้อมูลเป็นระเบียบและรวดเร็วขึ้น

สูตร:

การใช้งาน: ใช้รวมข้อความจากหลายเซลล์เป็นข้อความเดียวโดยมีตัวคั่น เช่น คอมม่า หรือช่องว่าง

สูตร: TEXTJOIN ใน Google ชีตใช้สำหรับการรวมข้อความจากหลายเซลล์หรือช่วงข้อมูลเข้าด้วยกัน โดยสามารถกำหนดตัวคั่นระหว่างข้อความได้ เช่น =TEXTJOIN(“, “, TRUE, A1:A5) จะรวมข้อความจาก A1 ถึง A5 โดยมี “, ” เป็นตัวคั่นระหว่างข้อความต่างๆ และถ้าค่ามีค่าว่างในเซลล์จะข้ามไป (ถ้าใช้ TRUE) เช่น ผลลัพธ์อาจเป็น “apple, banana, orange” ซึ่งช่วยให้คุณรวมข้อความได้ง่ายและจัดระเบียบดีขึ้น

สูตร:

การใช้งาน: ช่วยสร้างลำดับตัวเลขอัตโนมัติตามจำนวนที่ต้องการ

สูตร: SEQUENCE ใน Google ชีตใช้สำหรับสร้างลำดับตัวเลขอัตโนมัติในช่วงเซลล์ เช่น =SEQUENCE(5) จะสร้างลำดับจาก 1 ถึง 5 ในแถวเดียว ส่วน =SEQUENCE(5, 2) จะสร้างลำดับ 5 แถว และ 2 คอลัมน์ คุณสามารถปรับแต่งได้เพิ่มเติม เช่น ใช้ =SEQUENCE(5, 1, 10, 2) ซึ่งจะเริ่มจาก 10 และเพิ่มทีละ 2 จนถึง 10 แถว ดังนี้:
10, 12, 14, 16, 18

ฟังก์ชันนี้เหมาะสำหรับการสร้างลำดับตัวเลขหรือข้อมูลที่เพิ่มขึ้นอย่างเป็นระเบียบ

สูตร:

การใช้งาน: ช่วยให้สามารถแสดงรูปภาพจาก URL ได้โดยตรงในเซลล์ของ Google Sheet

  • หากคอลัมน์ B มีลิงก์รูปภาพ เช่น https://example.com/image.jpg
  • สูตรนี้จะดึง URL จากเซลล์ B1 และแสดงรูปภาพในเซลล์นั้น

ปรับขนาดรูปภาพ (ถ้าจำเป็น)

  • 4 = ปรับขนาดเอง
  • 100 = ความกว้าง 100 พิกเซล
  • 100 = ความสูง 100 พิกเซล

หากคุณต้องการแสดงภาพสำหรับทุกแถวโดยอัตโนมัติ ให้ใช้สูตรนี้ที่เซลล์ C1:

สูตร: IMAGE ใน Google ชีตใช้สำหรับแสดงรูปภาพจาก URL หรือจากไฟล์ใน Google Drive ภายในเซลล์ของคุณ โดยไม่ต้องใช้แอปพลิเคชันแยกต่างหาก ฟังก์ชันนี้ช่วยให้คุณแสดงรูปภาพได้อย่างสะดวกและง่ายใน Google ชีต

สูตร:

การใช้งาน: ใช้สลับตำแหน่งข้อมูลจากแถวเป็นคอลัมน์ หรือจากคอลัมน์เป็นแถว

สูตร: TRANSPOSE ใน Google ชีตใช้สำหรับการเปลี่ยนแถวและคอลัมน์ของข้อมูล เช่น ถ้าคุณมีข้อมูลในช่วงแถว (แนวนอน) คุณสามารถใช้ TRANSPOSE เพื่อเปลี่ยนให้เป็นคอลัมน์ (แนวตั้ง) ได้ และในทางกลับกัน ฟังก์ชันนี้มีประโยชน์เมื่อต้องการสลับข้อมูลระหว่างแถวและคอลัมน์อย่างรวดเร็ว

สูตร:

การใช้งาน: ช่วยรวมค่าจากหลายเซลล์เป็นข้อความเดียว

สูตร: CONCATENATE ใน Google ชีตใช้เพื่อรวมข้อความจากหลายเซลล์เข้าด้วยกัน เช่น ถ้าคุณมีคำว่า “Hello” ในเซลล์ A1 และ “World” ในเซลล์ B1 สูตร =CONCATENATE(A1, ” “, B1) จะรวมข้อความทั้งสองเป็น “Hello World” โดยที่คุณสามารถเพิ่มตัวคั่นระหว่างข้อความได้ เช่น ช่องว่าง (ใช้ ” “), เครื่องหมายจุลภาค หรืออื่น ๆ ตามต้องการ ฟังก์ชันนี้ทำให้การรวมข้อความจากหลายเซลล์กลายเป็นเรื่องง่ายและสะดวก

สูตร:

การใช้งาน: NOW() ใช้แสดงวันที่และเวลาปัจจุบัน TODAY() ใช้แสดงวันที่ปัจจุบันโดยไม่มีเวลา

สูตร: NOW และ TODAY ใน Google ชีตใช้สำหรับการแสดงวันที่และเวลาปัจจุบันโดยอัตโนมัติ:

  • NOW(): จะแสดงวันที่และเวลาในขณะนั้น เช่น =NOW() จะแสดงวันที่และเวลาเช่น “2025-04-03 12:30:45” (ขึ้นอยู่กับเวลาที่คุณใช้สูตร)
  • TODAY(): จะแสดงเฉพาะวันที่ปัจจุบันโดยไม่มีเวลา เช่น =TODAY() จะให้ผลลัพธ์เป็น “2025-04-03” โดยอัตโนมัติ

ทั้งสองฟังก์ชันจะอัปเดตข้อมูลทุกครั้งที่มีการแก้ไขในชีตหรือเมื่อชีตถูกเปิดใหม่ ช่วยให้คุณสามารถใช้ข้อมูลวันที่และเวลาปัจจุบันได้ง่าย ๆ 🎉

สูตร:

การใช้งาน: RAND() ใช้สุ่มค่าตัวเลขระหว่าง 0 ถึง 1 RANDBETWEEN(x, y) ใช้สุ่มค่าตัวเลขระหว่าง x ถึง y

สูตร: RAND() และ RANDBETWEEN() ใน Google ชีตใช้สำหรับการสร้างตัวเลขสุ่ม:

  • RAND(): ฟังก์ชันนี้จะสร้างตัวเลขสุ่มระหว่าง 0 และ 1 (เช่น 0.12345) เมื่อใช้ =RAND() จะได้ค่าตัวเลขสุ่มที่แตกต่างกันทุกครั้งที่มีการคำนวณใหม่ในชีต
  • RANDBETWEEN(): ใช้สำหรับสร้างตัวเลขสุ่มในช่วงที่กำหนด เช่น =RANDBETWEEN(1, 100) จะสุ่มตัวเลขระหว่าง 1 ถึง 100 รวมทั้งตัวเลขขอบเขต (1 และ 100) ซึ่งให้ความยืดหยุ่นมากขึ้นเมื่อคุณต้องการช่วงตัวเลขที่กำหนดเอง

ทั้งสองฟังก์ชันจะเปลี่ยนแปลงค่าโดยอัตโนมัติเมื่อมีการคำนวณใหม่ในชีต🌟

สูตร:

ใช้แยกข้อความที่มีตัวคั่น เช่น คอมม่า หรือช่องว่าง

สูตร: SPLIT() ใน Google ชีตใช้สำหรับแยกข้อความในเซลล์ออกเป็นหลายส่วนโดยใช้ตัวคั่นที่กำหนด เช่น ถ้าคุณมีข้อความในเซลล์ A1 คือ “Apple, Banana, Orange” และใช้สูตร =SPLIT(A1, “, “) จะทำให้ข้อความแยกออกเป็นหลายเซลล์ตามตัวคั่นที่เป็นเครื่องหมายจุลภาคและช่องว่าง

คุณสามารถใช้ตัวคั่นได้หลากหลาย เช่น เครื่องหมายจุลภาค, ช่องว่าง, หรือแม้กระทั่งตัวอักษรอื่น ๆ ตามที่ต้องการ ทำให้การจัดการข้อมูลที่มีรูปแบบหลายส่วนเป็นเรื่องง่าย

สูตร:

ใช้ดึงเฉพาะตัวเลขจากข้อความ

สูตร: REGEXEXTRACT() ใน Google ชีตใช้เพื่อดึงข้อมูลที่ตรงกับรูปแบบที่กำหนดจากข้อความ เช่น ถ้าคุณต้องการดึงอีเมลจากข้อความที่มีในเซลล์ A1 ซึ่งอาจจะเป็น “Email: john@example.com” สูตร =REGEXEXTRACT(A1, “\S+@\S+”) จะดึงเฉพาะอีเมล “john@example.com” ออกมา โดยการใช้ Regular Expression (regex) เพื่อกำหนดรูปแบบที่ต้องการ เช่น อีเมล, หมายเลขโทรศัพท์ หรือข้อความที่มีลักษณะเฉพาะ ทำให้การดึงข้อมูลที่ต้องการจากข้อความเป็นเรื่องง่ายและแม่นยำ!

สูตร:

สูตรนี้จะตรวจสอบเซลล์ B2 และแทนที่เครื่องหมาย “-” ทุกตัวด้วย “.” เปลี่ยนคำและเซลล์ ตามต้องการ

สูตร: SUBSTITUTE() ใน Google ชีตใช้เพื่อแทนที่ข้อความบางส่วนภายในข้อความที่มีอยู่แล้ว โดยไม่ต้องแก้ไขข้อความทั้งหมด เช่น ถ้าคุณมีข้อความในเซลล์ A1 คือ “Hello World” และต้องการแทนที่คำว่า “World” ด้วย “Everyone” ใช้สูตรนี้:

ผลลัพธ์จะเป็น “Hello Everyone” ซึ่งจะเปลี่ยนคำว่า “World” เป็น “Everyone” โดยอัตโนมัติ ถ้าคุณต้องการแทนที่หลายครั้งก็สามารถระบุหมายเลขครั้งที่ต้องการแทนที่ได้ เช่น SUBSTITUTE(A1, "a", "b", 2) จะแทนที่แค่ครั้งที่ 2 ของ “a” ในข้อความเท่านั้น

สูตร:

สูตรนี้จะรวมคอรั่ม A1 B1 C1 D1 E1 (เริ่มต้นด้วย=และใช้ &) เปลี่ยนคอรั่มหรือเรียงคอรั่มตามต้องการ ทำให้แถวอื่นเรียงอัตโนมัติโดยใช้เครื่องหมาย + ใต้แถวที่ใส่สูตรแล้ว

หากคุณต้องการเพิ่มช่องว่างหรือข้อความระหว่างค่าที่รวม

หรือใช้ฟังก์ชัน CONCATENATE พร้อมการเพิ่มช่องว่าง:

สมมติว่าคุณมีข้อมูลในคอลัมน์ B และต้องการเพิ่มเครื่องหมาย “|” ข้างหน้าแต่ละข้อความในคอลัมน์ C:

ใช้ฟังก์ชัน CONCATENATE:

ใช้เครื่องหมาย &:

สูตร: CONCATENATE() ใน Google ชีตใช้สำหรับการรวมข้อความจากหลายเซลล์หรือหลายส่วนเข้าด้วยกัน เช่น ถ้าเซลล์ A1 มีข้อความ “Hello” และ B1 มีข้อความ “World” สูตร =CONCATENATE(A1, ” “, B1) จะรวมข้อความทั้งสองเป็น “Hello World” โดยมีช่องว่างระหว่างคำ ซึ่งฟังก์ชันนี้ช่วยให้คุณสามารถรวมข้อความจากหลายแหล่งเข้าเป็นข้อความเดียวได้อย่างง่ายดาย

สูตร:

  • A1 คือเซลล์ที่คุณต้องการลบข้อความ
  • /.* คือรูปแบบที่กำลังค้นหาข้อความที่มีเครื่องหมาย / และตัวอักษรทั้งหมดที่ตามมาหลังจากนั้น
  • "" หมายถึงการแทนที่ข้อความที่ตรงกับรูปแบบที่ค้นหาด้วยค่าว่าง (ลบออก) สามารถใส่คำในนี้ก้อได้เช่นกัน
คอลัมน์ A (ต้นฉบับ)คอลัมน์ B (ผลลัพธ์)
share.netnut.cn/4f4sDxshare.netnut.cn
example.com/page1example.com
test.website.com/path/to/pagetest.website.com

สูตรนี้จะใส่ข้อความ message แทนเครื่องหมาย/และคำตามหลัง

สูตร: REGEXREPLACE ใน Google ชีต ใช้สำหรับการแทนที่ข้อความภายในเซลล์ที่ตรงกับรูปแบบที่กำหนด

โดยฟังก์ชันนี้ช่วยให้คุณสามารถแทนที่ข้อความที่ตรงกับรูปแบบที่ต้องการ เช่น ตัวเลข, ตัวอักษร หรือข้อความพิเศษ ได้ง่าย ๆ ใน Google ชีต

สูตร:

คุณสามารถใช้ฟังก์ชัน REGEXREPLACE ร่วมกับ PROPER เพื่อ ลบจุด (.) และคำที่อยู่ข้างหลัง พร้อมเปลี่ยนตัวอักษรแรกให้เป็นตัวพิมพ์ใหญ่ ได้

  1. REGEXREPLACE(B1, "\..*", "")
    • \. → หมายถึง “จุด (.)”
    • .* → หมายถึง “ตัวอักษรใดๆ ที่ตามมาหลังจากจุด”
    • แทนที่ทั้งหมดด้วยค่าว่าง ("") → ทำให้ลบทุกอย่างตั้งแต่จุดเป็นต้นไป
  2. PROPER(...)
    • ใช้เพื่อทำให้ตัวอักษรตัวแรกเป็น ตัวพิมพ์ใหญ่
    • เช่น "soax""Soax"

ตัวอย่างผลลัพธ์:

คอลัมน์ B (ต้นฉบับ)คอลัมน์ C (ผลลัพธ์)
soax.comSoax
example.netExample
google.co.ukGoogle
test.websiteTest

สูตร: PROPER() ใน Google ชีตใช้เพื่อเปลี่ยนข้อความให้เป็นตัวพิมพ์ใหญ่ที่ตัวอักษรแรกของแต่ละคำ และตัวอักษรที่เหลือเป็นตัวพิมพ์เล็ก เช่น ถ้าเซลล์ A1 มีข้อความ “hello world” สูตร =PROPER(A1) จะเปลี่ยนข้อความเป็น “Hello World” ซึ่งช่วยให้ข้อความที่มีหลายคำดูสะอาดตาและเป็นระเบียบมากขึ้นโดยอัตโนมัติ

สูตร:

สูตรนี้จะทำให้ข้อความใน B1 กลายเป็นลิงก์ที่ใช้ URL จาก C1

ตัวอย่างผลลัพธ์:

คอลัมน์ B (ข้อความ)คอลัมน์ C (ลิงก์)คอลัมน์ D (ผลลัพธ์)
Googlehttps://google.comGoogle
YouTubehttps://youtube.comYouTube
OpenAIhttps://openai.comOpenAI

ใช้สูตรอัตโนมัติสำหรับทั้งคอลัมน์

คุณสามารถใช้ Google Apps Script เพื่อฝังลิงก์โดยตรงลงในคอลัมน์ B หรือ D

  • ไปที่ Extensions (ส่วนขยาย) > Apps Script
  • ลบโค้ดเดิมออก แล้วใส่โค้ดนี้ลงไป:
  • กด Run (▶) เพื่อให้สคริปต์ทำงาน
  • ตอนนี้ลิงก์จะถูกฝังในคอลัมน์ B แบบถาวร
  • คุณสามารถลบคอลัมน์ C ได้แล้ว! 🎉

สูตร: HYPERLINK() ใน Google ชีตใช้สำหรับการสร้างลิงก์ที่สามารถคลิกได้ โดยเชื่อมโยงข้อความหรือ URL ไปยังเว็บไซต์หรือแหล่งข้อมูลอื่น ๆ ซึ่งฟังก์ชันนี้ช่วยให้คุณสามารถเชื่อมโยงข้อความหรือข้อมูลในชีตไปยังแหล่งข้อมูลภายนอกได้ง่ายและสะดวก

วิธีที่ 1 ใช้ google แบบธรรมดา (ง่ายสุด)

  • สามารถดึง favicons เว็บไซต์อะไรก้อได้มาเป็น url ของรูปภาพ

วิธีที่ 2 ใช้ google แบบธรรมดา (64×64)

  • สูตรนี้จะทำให้สามารถดึง Favicon ขนาด 64x64px

วิธีที่ 1 ใช้ Google’s Favicon API (วิธีง่ายสุด)

  • สูตรนี้จะแสดงเป็นรูปภาพ Favicon ใน google ชีต

วิธีที่ 2 ใช้ Google’s Favicon API (วิธีดีสุด)

  • สูตรนี้จะแสดงเป็นรูปภาพ Favicon ใน google ชีต ขนาด 64x64px (ชัดกว่า)

วิธีที่ 1 ใช้ Google’s Favicon API (วิธีดีสุด)

สูตรนี้จะแสดงเป็นรูปภาพ Favicon ใน google ชีต ขนาด 64x64px (ชัดกว่า)

วิธีใช้:

  • ใส่ชื่อโดเมนในคอลัมน์ A2 เช่น example.com
  • สูตรนี้จะดึง Favicon ขนาด 64x64px มาแสดง

วิธีที่ 2 ดึง Favicon โดยตรงจากเว็บไซต์ (ถ้าใช้ API ไม่ได้)

สูตรอื่นๆ
ใน Google ชีตมีฟังก์ชันและสูตรมากมายที่สามารถช่วยให้การทำงานของคุณสะดวกและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ต่อไปนี้คือลิสต์ของสูตรที่ใช้บ่อยและมีประโยชน์:
IF():
ใช้สำหรับการตรวจสอบเงื่อนไขและคืนค่าผลลัพธ์ตามเงื่อนไขที่กำหนด เช่น =IF(A1 > 10, “มากกว่า 10”, “น้อยกว่าหรือเท่ากับ 10”) ถ้า A1 มากกว่า 10 จะแสดง “มากกว่า 10”
COUNTIF():
ใช้นับจำนวนเซลล์ที่ตรงตามเงื่อนไขที่กำหนด เช่น =COUNTIF(A1:A10, “>10”) จะนับจำนวนเซลล์ในช่วง A1:A10 ที่มีค่ามากกว่า 10
SUMIF():
ใช้สำหรับการหาผลรวมของเซลล์ที่ตรงกับเงื่อนไข เช่น =SUMIF(A1:A10, “>10”) จะหาผลรวมของค่าที่มากกว่า 10 ในช่วง A1:A10
VLOOKUP():
ใช้สำหรับการค้นหาค่าจากตารางโดยดูจากคอลัมน์แรก เช่น =VLOOKUP(A1, B1:C10, 2, FALSE) จะค้นหาค่าจาก A1 ในคอลัมน์ B1:B10 และคืนค่าที่ตรงกันจากคอลัมน์ C
INDEX():
ใช้สำหรับการดึงข้อมูลจากตารางตามตำแหน่งที่กำหนด เช่น =INDEX(B1:C10, 3, 2) จะดึงค่าจากแถวที่ 3 และคอลัมน์ที่ 2 ของช่วง B1:C10
MATCH():
ใช้สำหรับการค้นหาค่าจากช่วงข้อมูลและคืนตำแหน่งที่พบ เช่น =MATCH(“Apple”, A1:A10, 0) จะค้นหาคำว่า “Apple” ในช่วง A1:A10 และคืนตำแหน่งที่พบ
LEN():
ใช้เพื่อหาความยาวของข้อความในเซลล์ เช่น =LEN(A1) จะคืนจำนวนตัวอักษรในเซลล์ A1
LEFT():
ใช้สำหรับการดึงข้อความจากทางซ้ายของข้อความ เช่น =LEFT(A1, 5) จะดึง 5 ตัวอักษรแรกจากข้อความใน A1
RIGHT():
ใช้สำหรับการดึงข้อความจากทางขวาของข้อความ เช่น =RIGHT(A1, 3) จะดึง 3 ตัวอักษรสุดท้ายจากข้อความใน A1
ARRAYFORMULA():
ใช้เพื่อให้สูตรทำงานกับหลายแถวหรือหลายคอลัมน์พร้อมกัน เช่น =ARRAYFORMULA(A1:A10 * B1:B10) จะคูณค่าทั้งหมดในคอลัมน์ A กับ B
LanguageISO-639 code
Abkhazab
Acehneseace
Acholiach
Afrikaansaf
Albaniansq
Aluralz
Amharicam
Arabicar
Armenianhy
Assameseas
Awadhiawa
Aymaraay
Azerbaijaniaz
Balineseban
Bambarabm
Bashkirba
Basqueeu
Batak Karobtx
Batak Simalungunbts
Batak Tobabbc
Belarusianbe
Bembabem
Bengalibn
Betawibew
Bhojpuribho
Bikolbik
Bosnianbs
Bretonbr
Bulgarianbg
Buryatbua
Cantoneseyue
Catalanca
Cebuanoceb
Chichewa (Nyanja)ny
Chinese (Simplified)zh-CN or zh 
Chinese (Traditional)zh-TW 
Chuvashcv
Corsicanco
Crimean Tatarcrh
Croatianhr
Czechcs
Danishda
Dinkadin
Divehidv
Dogridoi
Dombedov
Dutchnl
Dzongkhadz
Englishen
Esperantoeo
Estonianet
Eweee
Fijianfj
Filipino (Tagalog)fil or tl
Finnishfi
Frenchfr
French (French)fr-FR
French (Canadian)fr-CA
Frisianfy
Fulfuldeff
Gagaa
Galiciangl
Ganda (Luganda)lg
Georgianka
Germande
Greekel
Guaranign
Gujaratigu
Haitian Creoleht
Hakha Chincnh
Hausaha
Hawaiianhaw
Hebrewiw or he
Hiligaynonhil
Hindihi
Hmonghmn
Hungarianhu
Hunsrikhrx
Icelandicis
Igboig
Ilokoilo
Indonesianid
Irishga
Italianit
Japaneseja
Javanesejw or jv
Kannadakn
Kapampanganpam
Kazakhkk
Khmerkm
Kigacgg
Kinyarwandarw
Kitubaktu
Konkanigom
Koreanko
Kriokri
Kurdish (Kurmanji)ku
Kurdish (Sorani)ckb
Kyrgyzky
Laolo
Latgalianltg
Latinla
Latvianlv
Ligurianlij
Limburganli
Lingalaln
Lithuanianlt
Lombardlmo
Luoluo
Luxembourgishlb
Macedonianmk
Maithilimai
Makassarmak
Malagasymg
Malayms
Malay (Jawi)ms-Arab
Malayalamml
Maltesemt
Maorimi
Marathimr
Meadow Marichm
Meiteilon (Manipuri)mni-Mtei
Minangmin
Mizolus
Mongolianmn
Myanmar (Burmese)my
Ndebele (South)nr
Nepalbhasa (Newari)new
Nepaline
Northern Sotho (Sepedi)nso
Norwegianno
Nuernus
Occitanoc
Odia (Oriya)or
Oromoom
Pangasinanpag
Papiamentopap
Pashtops
Persianfa
Polishpl
Portuguesept
Portuguese (Portugal)pt-PT
Portuguese (Brazil)pt-BR
Punjabipa
Punjabi (Shahmukhi)pa-Arab
Quechuaqu
Romanirom
Romanianro
Rundirn
Russianru
Samoansm
Sangosg
Sanskritsa
Scots Gaelicgd
Serbiansr
Sesothost
Seychellois Creolecrs
Shanshn
Shonasn
Sicilianscn
Silesianszl
Sindhisd
Sinhala (Sinhalese)si
Slovaksk
Sloveniansl
Somaliso
Spanishes
Sundanesesu
Swahilisw
Swatiss
Swedishsv
Tajiktg
Tamilta
Tatartt
Telugute
Tetumtet
Thaith
Tigrinyati
Tsongats
Tswanatn
Turkishtr
Turkmentk
Twi (Akan)ak
Ukrainianuk
Urduur
Uyghurug
Uzbekuz
Vietnamesevi
Welshcy
Xhosaxh
Yiddishyi
Yorubayo
Yucatec Mayayua
Zuluzu

ฟังก์ชันเหล่านี้สามารถช่วยให้คุณทำงานกับข้อมูลใน Google Sheet ได้เร็วขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ลองนำไปใช้กับโปรเจกต์ของคุณดู แล้วคุณอาจค้นพบวิธีใหม่ๆ ที่ช่วยให้การทำงานของคุณง่ายขึ้น!

Facebook Comments Box
บทความก่อนหน้านี้

รีวิว IQ Option: เทรดหุ้น, ฟอเร็กซ์ ด้วยเงินลงทุนเริ่มต้นเพียง $10

บทความถัดไป

ทำความรู้จัก Web Hosting ขั้นพื้นฐาน เข้าใจง่ายสำหรับผู้เริ่มต้น